2005/Feb/21

1.มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนอยากมาเที่ยวมากเป็นอันดับ 1ใน10 ของโลก

2.มีอาหารนานาชาติให้เลือกทานได้ตลอดทั้งปีด้วยราคาสบายๆ

3.ถึงไม่มีตังก็สามารถไปขอข้าววัดทานได้

4.เกณท์ทหารเมื่ออายุ21(บางประเทศบังคับให้เป็นทหารต่อต้านรัฐบาลตั้งแต่ 15)

5.เมื่อมีเหตุการณ์เลวร้าย คนในประเทศจะรวมใจเป็นหนึ่งได้อย่างอัศจรรย์

6.มีนายกรวยเป็นอันดับต้นๆของนายกทั่วโลก

7.มีโครงการ30บาทรักษาทุกโรค(บางประเทศค่ารักษาพยาบาลแพงจนแทบอยากจะตายมากกว่าไม่สบาย)

8.มีชาวบ้านถูกสลากกินแบ่งเป็นเศรษฐีเงินล้านปีละไม่ต่ำกว่า 6 คน(คนต่อไปอาจเป็นคุณ)

9.มีรัฐบาลที่มีโครงการเอาใจประชาชนทุกอย่าง(หวยบนดินบ่อน SML)

10.มีในหลวงเป็นที่รวมใจคนไทยทั้งปวง

เมื่อเห็นข้อดี 10 ข้อนี้แล้ว ก็ขอให้ภูมิใจเถิดที่ได้เกิดเป็นคนไทย ...Macro

2005/Feb/21

บ่ายวันหนึ่งขณะที่กำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวร้านอร่อยอยุ่ริมถนน สายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่ชายคนหนึ่ง อายุประมาณ50ปี หนวดเครารุงรัง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าสภาพคล้ายผ้าขี้ริ้วที่พึ่งไปถูบ้านทั้งหลังมา 5 ปี ด้วยท่าทางและลักษณะที่โดดเด่นทำให้ผมยังคงสังเกตุชายกลางคนนี้ต่อไป สักพักเขาก็เดินอย่างคล่องแคล่วไปเคาะกระจกรถยนต์ยุโรปที่จอดรอสัญญาณจราจรแล้วยกมือไหว้ด้วยท่าทางอิดโรย(ถ้าออสการ์มีรางวัลสาขานักแสดงข้างถนนยอดเยี่ยมเขาก็คงได้รางวัลไปอย่างไม่ยากเย็น) สักพักคนขับก็ลดกระจกลงแล้วยื่นบางสิ่งให้ชายกลางคน(เข้าใจว่าเป็นเหรียญ10)เขายกมือไหว้แล้วเดินหาเหยื่อคันต่อไป บางคันยืนไหว้เป็น10ครั้งก็ไม่มีท่าทีจะมองเห็นชาย(แสดง)ท่าทางน่าสงสารนี้ ทำให้ผมนึกถึงสารคดีที่เคยได้ดูเรื่องแซลมอลที่ต้องไปวางไข่โดยต้องผ่านกลุ่มเจ้าหมีที่ยืนรอหวังจะกินซูซิเป็นมื้อเย็น ตัวไหนว่ายช้าอ่อนแอก็โดนตะปบ(ว่ากันว่าแรงตะปบของหมีทำให้คนสลบได้) ตัวไหนแข็งแรงวิทยายุทธ์สูงก็โชว์พริ้วหลบหลีกกันไป นึกแล้วก็อดตลกและสงสารคนเมืองไม่ได้ ที่ต้องใช้ชีวิตเหมือน "ควาย" ที่ถูกปลิงคอรัปชั่นดูดเลือดแล้วยังไม่ได้รับความดูแลจากคนที่จ่ายเงินเดือนให้ทุกเดือนแถมยังตรงเวลายิ่งกว่าเงินเดือนตัวเองที่ต้องรอลุ้นคล้ายสลากกินแบ่งรัฐบาล(กินบนเรือนขี้บนหลังคา) แต่ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาไถต่อไป โดยไม่สนใจว่า เลือดจะหมดตัวตายมั้ย? จะไถไปไหน? ไถทำไม? ตราบใดที่มองเห็นคันนาและรู้สึกถึงคันไถที่อยู่ด้านหลัง ก็พร้อมจะไถต่อไปอย่างซื่อสัตย์ เมื่อรู้สึกตัวก๋วยเตี๋ยวในชามก็อืดซะแล้ว ช่างน่าสงสารจริงๆ ...Macro

2005/Feb/21

วันนี้กลับมาเรียนกันต่อในบทที่4 จะพูดถึงรายละเอียดในการลงไปทำศึก

จักทำให้ตนมิอาจพิชิตได้ก่อน เพื่อรอโอกาสข้าศึกจะถูกพิชิต บางครั้งการยอมแพ้บ้างเพื่อให้ข้าศึกได้ใจและประมาท ดังนั้นเรายอมเป็นแมวน้อยในมือของเธอเมื่อเธอวางใจแล้วก็เป็นโอกาสที่เราจะกลายเป็นเสือหิวกระหาย แล้วเธอก็จะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือคุณครับ

ชัยชนะอาจล่วงรู้ แต่ไม่อาจกำหนดได้ อันนี้เป็นข้อที่ควรระลึกไว้ตลอดแม้ว่าสาวเจ้าจะมีทีท่ากลายเป็นแกะน้อยไร้เดียงสา แต่เราก็ไม่ควรประมาทจงรู้จักอดทนและระมัดระวังเพื่อชัยชนะที่รออยู่

ผู้ที่เราไม่อาจเอาชนะ พึงตั้งรับ ผู้ที่เราอาจเอาชนะ พึงเข้าตี เมื่อรู้ว่าสาวเจ้าไม่มีใจ ทำอย่างไรเธอก็ไม่แลในเมื่อรู้ว่าไม่มีทางชนะใจเธอได้สำหรับผู้ที่คิดว่าถ้าไม่มีเธอแล้วโลกนี้ไม่มีความหมายตายดีกว่า แนะนำให้อดทนค่อยๆแทรกซึม สักวันนึงอาจเป็นทีของเรา สำหรับท่านแม่ทัพที่ช่ำชองศึกเมื่อรู้ว่าท่าทางของสาวเจ้าเริ่มอ่อนระทวย เธอเริ่มโทรมาดูอาการเราวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร ถ้าคุณไม่ได้เป็นเกย์แนะนำว่าเธออยู่ในมือของคุณแล้ว จะทำสิ่งใดก็แล้วแต่วิจารณญาณส่วนบุคคล

ผู้สันทัดการตั้งรับ จักประหนึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้บาดาล ผู้สันทัดการเข้าตี จักประหนึ่งเคลื่อนตัวอยู่เหนือฟากฟ้า ถ้ารู้ตัวว่าเราถนัดสิ่งใดจงนำสิ่งนั้นมาใช้เพื่อสร้างจุดเด่นหรือข้อได้เปรียบ

ผู้สันทัดการรบจึงตั้งอยู่ในฐานะไม่แพ้ และไม่สูญเสียโอกาสทำให้ ข้าศึกต้องแพ้ อันนี้เป็นสิ่งที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์มา จะทำให้รู้ว่าควรจะทำอย่างไร จังหวะไหน

ฝ่ายชนะรู้ว่าชนะก่อนจึงออกรบ ฝ่ายแพ้รบก่อนแล้วจึงหวังว่าชนะ ผู้สันทัดการบัญชาทัพ จักจรรโลงไว้ซึ่งมรรคและกฎระเบียบ ฉะนั้นจึงสามารถกำหนดชัยชนะและพ่ายแพ้ได้ควรจะสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ไม่ควรมองโลกในแง่ร้าย รักษาฟอร์มของตัวเองให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ เมื่อมองเห็นเป้าหมายทำให้เรามองเห็นชัยชนะได้ไม่ยาก

บทนี้อาจจะเข้าใจยากในแง่ลึก ถ้าสงสัยยังไง เมลล์มาถาม/ปรึกษาได้ครับ บทหน้าก็จะยังคงอยู่ในเรื่องของการศึกอยู่ไว้มาดูกันต่อในคราวต่อไป ...Macro